1. ระบบการค้าน้ำมันในปัจจุบันเป็นระบบการค้าเสรี ผู้ค้าน้ำมันสามารถกำหนดวันและปรับราคาได้ด้วยตนเอง รัฐบาลเป็นเพียงผู้กำกับดูแลและขอความร่วมมือให้ผู้ค้าน้ำมันแจ้งให้ทางราชการทราบล่วงหน้าในเวลาราชการภายใน 24 ชม. ก่อนวันที่มีการปรับราคา แต่โดยปกติ ส่วนใหญ่ผู้ค้าน้ำมันจะแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบล่วงหน้าประมาณเวลาตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป และจะปรับราคาขายปลีกในเวลา 05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งในวันที่ 11 มี.ค. 52 ที่ผ่านมาก็เช่นเดียวกัน
2. ในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับตัวลดลงประมาณ 3-4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่ราคาน้ำมันไม่ได้ปรับตัวลดลง ที่เป็นเช่นนี้เพราะค่าเงินบาทได้อ่อนตัวลงจาก 35 เป็น 36 บาท/ดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันที่นำเข้าเมื่อคิดเป็นเงินบาทแทบจะไม่ลดลง นอกจากนี้ หลังจากมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในค่าครองชีพโดยลดอัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. 51 ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 31 ม.ค. 52 ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 52 ราคาน้ำมันจะต้องปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 2.3-3.6 บาท แต่เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น กระทรวงพลังงานจึงได้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเป็นกลไกทยอยปรับราคาขายปลีก ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวลดลง ราคาขายปลีกในประเทศจึงไม่ได้ปรับลดลงตามไปด้วย
ทั้งนี้หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลนโยบายทางด้านราคาน้ำมันคือ สำนักงานนโยบายและ
แผนพลังงาน (สนพ.) หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่โทรศัพท์ 02 612 1555 หรือ
http://www.eppo.go.th