หน้า 1 จากทั้งหมด 1

มาตรการช่วยเหลือกรณีเช่าซื้อรถ ซ่อมรถ ซ่อมบ้าน

โพสต์เมื่อ: อังคาร 29 พ.ย. 2011 9:00 am
โดย preclub
เรียน ทุกท่าน

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์) ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เสนอสรุปผลการหารือเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคที่ประสบอุทกภัยฯ กรณีการเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ การซ่อมรถยนต์ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ทำประกันภัย การซ่อมแซมบ้าน และข้อแนะนำความปลอดภัยจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ดังนี้


1. แนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์
1.1 ให้ยกเว้นค่าติดตามทวงถามและเบี้ยปรับล่าช้าสำหรับลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงระยะเวลาที่เกิด ภาวะน้ำท่วม
1.2 มีแนวทางการพักชำระค่างวดเช่าซื้อ สำหรับลูกหนี้ปกติที่ประสบภัยน้ำท่วม
1.3 ให้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เช่น ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระค่างวดเช่าซื้อ
ทั้งนี้ แต่ละสถาบันจะพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้าต่อไป
1.4 ในส่วนของผู้เช่าซื้อเพื่อการพาณิชย์หรือเช่าซื้อรถยนต์หลายคัน (Fleet Finance) จะพิจารณาช่วยเหลือตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
1.5 ให้มีมาตรการหยุดการทวงถามสำหรับลูกหนี้เช่าซื้อปกติที่ประสบภัยน้ำท่วมและอยู่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม
1.6 ในกรณีที่ลูกค้าต้องการวงเงินฉุกเฉินเพิ่มเติม หลาย ๆ สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกสมาคม ก็ได้จัดให้มีวงเงินกู้สำหรับลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉิน
1.7 มาตรการอื่น ๆ ตามที่ผู้เช่าซื้อร้องขอโดยพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
ทั้งนี้ สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้จากสถาบันการเงินที่ให้เช่าซื้อ หรือสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย โทร. 0 2655 2040-5


2. แนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคเกี่ยวกับการซ่อมรถยนต์
สมาคมอู่กลางมีสมาชิก 380 แห่ง มีราคากลางเป็นมาตรฐาน
กรณีรถยนต์ประสบอุทกภัยยังไม่มีราคากลาง แต่จะพิจารณาเป็นกรณีไป และสมาคมยินดีให้ความคุ้มครองผู้บริโภคกรณีดังกล่าว เช่น ข้อมูลรายละเอียดการซ่อมที่ชัดเจน รายละเอียดของชิ้นงาน ทั้งนี้จะได้ประสานยังสมาชิก ให้รับทราบแนวทางการร่วมมือกับ สคบ. ต่อไป
การซ่อมรถยนต์ สคบ. มีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการซ่อมรถยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมหลักฐานการรับเงิน โดยกำหนดให้มีหลักฐานการซ่อม การแสดงราคาค่าอะไหล่ ค่าบริการ ระยะเวลาประกันการซ่อม การแสดงชื่อผู้รับผิดชอบ (ผู้ประกอบการ) ฯลฯ หากฝ่าฝืนไม่ออกหลักฐานการซ่อมตามประกาศดังกล่าว มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


3. แนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคเกี่ยวกับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ทำประกันภัย
3.1 กรณีผู้บริโภคที่ได้ทำการซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์และประสบปัญหาความล่าช้า ผู้บริโภคอาจประสานไปยังบริษัทประกันภัยที่ผู้บริโภคได้ทำประกันภัยไว้หรือสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย เพื่อเร่งรัดการดำเนินการ ซึ่งโดยปกติผู้ประกอบการที่ทำการรับซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์จะระบุวันเดือนปีที่คาดว่าจะซ่อมแล้วเสร็จไว้เสมอ
3.2 กรณีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จมน้ำ ขอให้ผู้บริโภคดำเนินการแจ้งไปยังบริษัทประกันภัยที่ทำประกันภัยไว้โดยเร็วที่สุด เพื่อบริษัทประกันภัยจะได้เร่งรีบไปขนย้ายรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ออกจากที่ประสบปัญหา โดยด่วน
3.3 กรณีผู้บริโภคมีความสงสัยเกี่ยวกับการคุ้มครองตามกรมธรรม์ทุกประเภทที่ผู้บริโภคทำไว้กับบริษัทประกันภัย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ยินดีที่ตรวจสอบ ให้คำแนะนำกรณีดังกล่าว ทั้งนี้ ให้ประสานไปยังบริษัทประกันภัยหรือสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย เบอร์โทร 02-645-1133 หรือ สำนักงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โทร. 1186 ก็ได้


4. แนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคเกี่ยวกับการซ่อมแซมบ้าน
สภาพบ้านที่ประสบอุทกภัยอาจมีหลายลักษณะในการซ่อมแซม เช่น น้ำท่วมบ้านทั้งหลัง น้ำท่วมบ้านบางส่วน เป็นต้น กรณีการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ได้ประสานไปยังสมาชิกของสมาคม จำนวน 43 บริษัท เพื่อเชิญให้เข้าร่วมโครงการซ่อมแซมบ้านผู้ประสบอุทกภัย อยู่ระหว่างการตอบรับยืนยัน แต่ในเบื้องต้นผู้บริโภคอาจขอคำแนะนำจากสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเพื่อให้คำแนะนำในรายละเอียดที่จะทำการซ่อมแซมบ้านก่อนก็ได้ โดยสามารถสอบถามที่เบอร์โทร. 02-570-0153


5. คำแนะนำการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ปลอดภัย
การไฟฟ้านครหลวงได้จัดทำคู่มือคำแนะนำ ข้อควรปฏิบัติ การใช้ไฟฟ้าก่อนและหลังน้ำท่วม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้บริโภค โดยในเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ควรมีการดำเนินการ ดังนี้
- การขนย้ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ แผงควบคุมไฟฟ้า ให้พ้นน้ำ
- กรณีเมื่อน้ำลดลงอยู่ในสภาพปกติแล้ว ก่อนที่ผู้บริโภคจะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมหรือใช้ปลั๊กไฟฟ้า ควรให้ผู้มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับไฟฟ้าได้ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าก่อนใช้เสมอ ไม่ควรใช้ไฟฟ้าก่อนการตรวจสอบเด็ดขาด
- ขณะนี้การไฟฟ้านครหลวง จะไม่มีการแจ้งหนี้ หรืองดจ่ายกระแสไฟฟ้า หากผู้ใช้ไฟฟ้ารายใดจะขอตัดกระแสไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวงจะพิจารณาดำเนินการให้เฉพาะรายที่ร้องขอ หรือเป็นกรณีที่หมู่บ้านขอตัดกระแสไฟฟ้า จะต้องเป็นการยืนยัน หรือร้องขอจากคณะกรรมการหมู่บ้านเท่านั้น
- หากมีข้อสงสัยกรณีดังกล่าวสอบถามที่เบอร์ 1130 หรือ 02-256-3257

สนใจสมัครสมาชิกและร่วมกิจกรรมกับ PREclub ได้ที่ www.preclub.org

ขอแสดงนับถือ