หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ค่าการตลาด

โพสต์เมื่อ: พุธ 02 พ.ย. 2011 5:30 pm
โดย ผู้ประกอบการปั้มน้ำมันอิสระ
ในนามผู้ประกอบการปั้มน้ำมันอิสระ ในปัจจุบันมีค่าการตลาดที่ต่ำมาก ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย และราคาน้ำมันหน้าปั้มยังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เช่น ตรึงราคาดีเซล 30 บาท เป็นต้น ไม่เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างแท้จริง แต่ราคาส่งกลับเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งถ้าราคาน้ำมันสำเร็จสิงค์โปร์ขึ้น ก็ทำให้ค่าการลดง และขาดทุนในที่สุด อีกทั้งในปัจจุบันก็มียังมีการตรึงราคาน้ำมันหน้าปั้มช่วยน้ำท่วม ตามความเป็นจริงควรจะตรึงตั้งแต่ราคาส่งถึงจะถูก เพราะเราก็มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน เดือดร้อนเหมือนกัน และก็เสียภาษีไม่น้อยเหมือนกัน ถ้าขาดทุนแบบนี้จะจ่ายภาษีได้ยังไง ในฐานะผู้ประกอบการปั้มน้ำมันอิสระจึงร้องขอให้ผู้มีอำนาจได้โปรดเห็นใจผู้ประการอย่างเราบ้าง ขอบคุณครับ

Re: ค่าการตลาด

โพสต์เมื่อ: พฤหัสฯ. 03 พ.ย. 2011 3:17 pm
โดย เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
ปตท. ไม่สนใจผู้ค้าอิสระเลย
เพราะเดี๋ยวนี้ป๊ม ปตท. ขายดีมากๆ เดือนหนึ่งบางปั๊ม ได้ กว่าล้านลิตร
ปั๊มยี่ห้ออื่นๆ แทบไม่ได้ขายอยู่แล้ว

ยิ่งเป็นปั๊มอิสระ ยิ่งลำบากมาก เพราะยอดขายน้อย กำไรก็น้อยตามไปด้วย
ยิ่งค่าการตลาดต่ำๆ ยิ่งเดือดร้อนมาก
แถมบางครั้งผู้ค้าส่ง ก็ปลอมน้ำมันมาขายให้ ถูกเจ้าหน้าที่มาจับ ไถเงินอีก

แค่ทำให้ค่าการตลาดมาตรฐาน และปล่อยราคาให้เป็นตามกลไกตลาด
ป้องปรามน้ำมันเถื่อน และน้ำมันปลอม
ก็จะสามารถทำให้เกิดความยุติธรรมกับทุกคน

อิจฉาปั๊มแก๊ส กำไรลิตรละ 2-3 บาท
ไม่มีแก๊สปลอม แก๊สเถื่อน แถมไม่เสี่ยงเรื่องราคาขึ้นลง หรือคนขับรถขโมยแก๊ส

ทำปี 2 ปีก็คืนทุนแล้ว ปั๊มนึง 4-5 ล้านก็ทำได้แล้ว
แต่ปั๊มน้ำมันเดี๋ยวนี้ต้อง 10 ล้านขึ้น เปิดมาเป็นสิบปี ยังไม่คืนทุนเลย

ประเทศไทยนี่ หาความยุติธรรม ได้ยากจริงๆ

Re: ค่าการตลาด

โพสต์เมื่อ: ศุกร์ 11 พ.ย. 2011 3:53 pm
โดย bfts_wb
ปัจจุบันการค้าน้ำมันเป็นระบบการค้าเสรี ผู้ค้าน้ำมันเป็นผู้กำหนดราคาขายปลีกด้วยตนเอง รัฐบาลเป็นเพียงผู้กำกับดูแลไม่ให้ผู้ค้าน้ำมันค้ากำไรเกินควรจนเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ดังนั้นตลาดการค้าน้ำมันจึงมีการแข่งขันกันอย่างเสรี เพียงแต่ในช่วงวาระราคาน้ำมันแพงรัฐบาลมีนโยบายลดภาระค่าครองชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยขอความร่วมมือให้ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่จำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วไม่เกิน 30 บาท/ลิตร อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลไม่ได้จัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง + ภาษีสรรพสามิต ของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วแล้ว ดังนั้นการค้าน้ำมันจึงเป็นไปตามกลไกตลาด โดยในช่วงที่ราคาน้ำมันถูกผู้ประกอบการจะได้ค่าการตลาดสูง และในช่วงราคาน้ำมันแพงก็จะได้ค่าการตลาดต่ำ หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อน้ำมันมาจำหน่าย สามารถร้องเรียนได้ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โทร 1569 หรือ www.dit.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลนโยบายราคาพลังงาน โทร 02 612 1555 หรือ www.eppo.go.th

Re: ค่าการตลาด

โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ 13 พ.ย. 2011 3:40 pm
โดย ผู้ประกอบการปั้มน้ำมันอิสระ
ใช่ครับที่ว่า การค้าน้ำมันในปัจจุบันเป็นการค้าเสรี(ส่วนน้อย) การที่รัฐบาลขอความร่วมมือก็ถือเป็นการแทรกแซงแล้ว หากเป็นเสรีจริงต้องไม่ขอความร่วมมือแบบนี้ ซึ่งพวกเราที่เกี่ยวข้องต่างรู้กันดีอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันแล้วก็ตาม ในช่วงน้ำท่วม ก็ยังมีการสั่งตรึงราคาน้ำมันไม่ให้ขึ้นราคา ทั้งที่ราคาน้ำมันตลาดโลกNymexขึ้นไปเกือบจะ20ดอลล่าร์เป็นประมาณ 100 ดอลล่าร์แล้ว เพิ่งจะมีการปรับราคาดีเซลเพียง 1.20 บาท ซึ่งความเป็นจริงควรจะปรับเป็นเท่าไหรน่าจะคิดออก
แล้วที่ว่าค่าการตลาดจะได้มากในช่วงราคาน้ำมันถูก และได้น้อยในช่วงราคาน้ำมันแพง ไม่เป็นความจริง เนื่องจากในช่วงราคาน้ำมันถูก ราคาหน้าปั้มก็มีการขยับลงเช่นกัน และก็ขยับลงเร็วด้วยใช้เวลา ไม่เกิน2วันอย่างมาก แต่เวลาราคาน้ำมันขึ้นนั้น ราคาน้ำมันหน้าปั้มกว่าจะขยับขึ้นได้ใช้เวลาหลายวัน และหากคิดว่าจะสต๊อกก่อนขึ้น ขอบอกว่ากว่าน้ำมันหน้าปั้มจะขึ้น สต๊อกหมดไปแล้วล่ะครับ ลองทำปั้มจะรู้ ว่าค่าการตลาดเฉลี่ยทั้งปีถึง 1.5 บาท ตามที่กฎหมายกำหนดหรือป่าว ซึ่งค่าการตลาด 1.5บาทก็ไม่เพียงพอแล้ว

Re: ค่าการตลาด

โพสต์เมื่อ: อังคาร 15 พ.ย. 2011 3:18 pm
โดย เล่นการเมืองจนชาติล่มจม
ทำใจครับ

ตอนนี้กลายเป็นสินค้าการเมืองไปแล้วครับ

อยากจะให้ราคาลง ก็สั่งให้ลงเลย
เอาใจประชาชนส่วนใหญ่หกสิบกว่าล้านคน..
แต่เจ้าของปั๊ม ขาดทุนช่างมัน มันมีแค่หมื่นกว่าปั๊ม เอง.. ช่างมัน..
จะถูกจะแพง จะลง ยังไงก็ต้องซื้อน้ำมันมาขายอยู่ดี เพราะลงทุนไปแล้ว..

ทำมาหากินสุจริตมันลำบากมากเลย..
ไปซื้อน้ำมันเถื่อนมาขายเถอะคร๊าบ!!!!!!
เห็นคนขายมันรวยมากๆ แล้วอิจฉา!!!!!!!!