หนังสือที่ พน 0408/ว2267 เรื่อง "ให้นำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมั
ตามที่ มีมาตราการ...ลดอัตรภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เมื่อปีที่แล้ว นั้น
เมื่อขาลง กองทุนน้ำมันฯ ยังไม่ได้ชดเชย หรือจ่ายให้ผู้ค้าฯ ม.11 ผ่านไป 6 เดือนจนสิ้นสุดมาตราการ แล้วมาอ้างว่าจะนำมากลบลบบัญชีกันแล้ว จึงจะเรียกเก็บส่วนต่าง
แต่เล้วขณะนี้ กรมฯ กลับออกหนังสือฉบับดังกล่าว มาเรียกเก็บเงินจากสถานีบริการฯ ก่อน โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนทีของสถานีบริการฯ ซึ่งสำรองเงินซื้อของแพง-มาขายถูก จนบางสถานีปิดกิจการไปแล้ว
เท่านั้นยังไม่พอ ยังคาดโทษสถานีบรการฯ ในหนังสือดังกล่าวอีกว่า "อนึ่ง หากท่านไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนดท่านจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกร้อยละ 6 ต่อเดือน และกรณีฝ่าฝืนไม่นำส่งเงินเข้ากองทุนฯ อาจมีความผิดตามมาตรา 8 ประกอบด้วยมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทถ้วนหรือทั้งจำทั้งปรับ"
นี่หรือ ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อ้าง พระราชกำหนด มาขู่เข็ญประชาชนของพระองค์ท่าน
เมื่อขาลง กองทุนน้ำมันฯ ยังไม่ได้ชดเชย หรือจ่ายให้ผู้ค้าฯ ม.11 ผ่านไป 6 เดือนจนสิ้นสุดมาตราการ แล้วมาอ้างว่าจะนำมากลบลบบัญชีกันแล้ว จึงจะเรียกเก็บส่วนต่าง
แต่เล้วขณะนี้ กรมฯ กลับออกหนังสือฉบับดังกล่าว มาเรียกเก็บเงินจากสถานีบริการฯ ก่อน โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนทีของสถานีบริการฯ ซึ่งสำรองเงินซื้อของแพง-มาขายถูก จนบางสถานีปิดกิจการไปแล้ว
เท่านั้นยังไม่พอ ยังคาดโทษสถานีบรการฯ ในหนังสือดังกล่าวอีกว่า "อนึ่ง หากท่านไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนดท่านจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกร้อยละ 6 ต่อเดือน และกรณีฝ่าฝืนไม่นำส่งเงินเข้ากองทุนฯ อาจมีความผิดตามมาตรา 8 ประกอบด้วยมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทถ้วนหรือทั้งจำทั้งปรับ"
นี่หรือ ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อ้าง พระราชกำหนด มาขู่เข็ญประชาชนของพระองค์ท่าน