อยากให้ทางกรมฯ ได้พิจารณาข้อดีข้อเสีย ในการที่จะออกกฎหมายใดใดให้มากกว่านี้ด้วย
เนื่องจาก ปัจจุบัน ผู้ประกอบการรถบรรทุกน้ำมันที่เฉพาะเป็น มาตรา 12 มีเกือบ 2500 ราย
และมีจำนวนรถบรรทุกน้ำมันรวมถึงเกือบ 30000 คัน
ผู้ประกอบการรถบรรทุกน้ำมันดูเหมือนจะถูกกระทำมาตลอด โดยไม่ใส่ใจความรู้สึก และปัญหาของเราเลย
1 เริ่มจาก การยกเลิก รถพ่วง แบบแม่ลูก ก็สร้างความเสียหายต้องขายรถทิ้งทั้งคัน เนื่องจากต้องเปลี่ยนไปเป็นรถ เทเลอร์แทน
2 ปรับให้มีใช้ระบบโหลดล่าง ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ขึ้นคันละเกือบ 5 แสนบาท ในการปรับปรุง
3 เปลี่ยนน้ำมันจาก บี 0 ไปเป็น บี 3 ทำให้น้ำหนักบรรทุก ที่เคยบรรทุกได้ จาก 40000 ลิตร ไปเป็น 39000 ลิตร
4 เปลี่ยนน้ำมันจาก บี 3 ไปเป็น บี 7 ทำให้น้ำหนักบรรทุก ที่เคยบรรทุกได้ จาก 39000 ไปเป็น 38000 ลิตร
5 บังคับติดตั้งระบบจีพีเอส ค่าใช้จ่ายตกคันละ 20000 บาท และค่าใช้จ่ายรายเดือนอีก 500 บาทต่อเดือน
6 บังคับ ให้พนักงานขับรถขับได้ วันละ 8 ชั่วโมง ทำให้อาจจะต้องเพิ่มพนักงานขับรถอีก คน และระยะเวลาขนส่งมากขึ้น
ข้อ 1 น่าจะมีรถที่ต้องปลดทิ้ง ไม่ต่อกว่า 5000 คัน ความเสียหาย 10000 ล้านบาท
ข้อ 2 ค่าเสียหาย 30000 คัน รวม 15000 ล้านบาท
ข้อ 3-4 ซึ่งถ้าคำนวนความเสียหาย จากการบรรทุกที่ลดลง ทุก 1000 ลิตร คิดค่าบรรทุกเฉลี่ยทั่วประเทศ ประมาณ ลิตรละ .40 สตางค์
จะเสียหาย 400 บาท ต่อคัน ต่อเที่ยว รถวิ่งได้เฉลี่ย 15 เที่ยว ต่อเดือน ค่าเสียหาย 6000 บาทต่อคันต่อเดือน หรือ 72000 ต่อคันต่อปี
หรือ 30000 คัน รวม 2160 ล้านบาท ต่อปี
ข้อ 5 รถ 30000 คัน รวม 600 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรายปีอีก 180 ล้านบาท
ข้อ 6 ???
ซึ่งจาก ข้อ 1-6 ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาล คร่าวๆ รวมประมาณ 30000 ล้านบาทหรือคันละ 1 ล้านบาท
ในขณะตั้งแต่มีมาตรการต่างๆมา ไม่เคยมีการปรับอัตราค่าบรรทุกที่หน้าปั๊มเลย
นั่นหมายถึง มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมหาศาล ในขณะที่รายได้เท่าเดิม แล้วผู้ประกอบการจะอยู่ได้อย่างไร
ทำไมท่าน ไม่หาทางคิดช่วยเหลือไว้ด้วย ปล่อยให้ดิ้นรนกันไปตามยถากรรม หรือต้องเอารถมาปิดถนนประท้วงถึงจะทำ
