Moderator Control Panel ]

ข่าวคืบหน้าจับโรงบรรจุ

Moderator: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ข่าวคืบหน้าจับโรงบรรจุ

โพสต์โดย กรรมใดใครก่อ » พฤหัสฯ. 08 ส.ค. 2013 8:15 am

ผู้ค้าแอลพีจีมาตรา 7 เจรจาขอคืนเงินกองทุนน้ำมันShare on facebookShare on twitterShare on emailShare on printMore Sharing Services0By สำนักข่าวไทย TNA News | 7 ส.ค. 2556 18:57 | 36 views | View Comment
กรุงเทพฯ 7 ส.ค.-พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีลักลอบขายแอลพีจีผิดประเภท นำสำนวนสอบสวนพร้อมผู้ต้องหาล็อตแรก 8 คดี 9 โรงบรรจุ เสนออัยการเพื่อส่งฟ้องแล้ว จากเบื้องต้นมี 82 คดี

พล.ต.ท.โสภณ กล่าวว่า คดีอื่นๆ จะเร่งส่งสำนวนอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ค้ามาตรา 7 ซึ่งคาดว่าจะกระทำผิด 3-4 รายในขณะนี้เริ่มมีการติดต่อทางกระทรวงพลังงาน เพื่อขอนำเงินที่ฉ้อโกงเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จ่ายไม่ครบจากการแจ้งขายแอลพีจีผิดประเภท โดยแจ้งว่าจำหน่ายภาคครัวเรือน แต่ลักลอบนำไปขายภาคยานยนต์ ซึ่งการจ่ายเงินคืนก็จะทำให้ไม่ถูกฟ้องคดีแพ่ง แต่การดำเนินคดีอาญา ซึ่งกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน

พล.ต.ท.โสภณ กล่าวว่า คดีนี้เป็นไปตามที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตรวจพบว่า ปี 2555 ยอดการใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือนของประเทศไทยมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ถึงร้อยละ 16 ทำให้รัฐบาลสูญเสียงบประมาณในการอุดหนุนราคาก๊าซในภาคครัวเรือนกว่า 50,000 ล้านบาท จึงมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานตรวจสอบหาสาเหตุของการเพิ่มปริมาณการใช้แอลพีจีภาคครัวเรือน ซึ่งผลจากการตรวจสอบของกรมธุรกิจพลังงานเชื่อว่ามีการลักลอบนำแอลพีจี ภาคครัวเรือนไปใช้ในภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรม โดยไม่ได้นำไปบรรจุลงถังแอลพีจีเพื่อใช้ในครัวเรือน จึงทำให้ปริมาณการใช้แอลพีจีเพิ่มขึ้น

กรมธุรกิจพลังงานจึงได้มีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ดำเนินการตรวจสอบและสืบสวนหาข่าวการกระทำความผิดเกี่ยวกับก๊าซปิโตรเลียม โดยการตรวจสอบโรงบรรจุก๊าซและสถานีบริการก๊าซทั่วประเทศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการงานปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สตช. สืบสวนตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ต่อมา สตช.โดยงานปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 35/2556 ลงวันที่ 22 มกราคม 2556 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในงานปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง (เฉพาะก๊าซปิโตรเลียมเหลว) มอบหมายอำนาจหน้าที่ให้ตรวจสอบสืบสวนหาข่าวและจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว รวมถึงการกระทำความผิดลักษณะอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซปิโตรเลียมเหลว

จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ประกอบการโรงบรรจุก๊าซลักลอบนำก๊าซหุงต้มที่รับในภาคครัวเรือนไปจำหน่ายภาคขนส่ง โดยมีสถานีบริการก๊าซรถยนต์ร่วมรับซื้อก๊าซดังกล่าว เป็นเหตุให้รัฐบาลต้องสูญเสีย งบประมาณในการอุดหนุนราคาก๊าซจำนวนมาก โดยตรวจพบโรงบรรจุก๊าซที่เข้าข่ายการกระทำความผิด 82 โรงบรรจุ สตช.จึงได้มีคำสั่งที่ 231/2556 ลงวันที่ 5 เมษายน 2556 แต่งตั้งพนักงานสอบสวนให้รับผิดชอบดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว โดยมี พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน

วันนี้ (7 ส.ค.) พนักงานสืบสวนสอบสวนได้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 9 โรงบรรจุ ได้แก่ บริษัท ทรัพย์นำชัย ปิโตรเลียม จำกัด จ.นครปฐม บริษัท ธรรมชาติปิโตรเลียม จำกัด จ.นครราชสีมา ห้างหุ้นส่วนจำกัด วิน วิน แอลพีจี จ.ฉะเชิงเทรา ห้างหุ้นส่วนจำกัด วายุภักษ์ ปิโตรเลียม จ.ฉะเชิงเทรา บริษัท ธนชาติปิโตรเลียมไทย จำกัด จ.สมุทรสาคร บริษัท จิราภัณฑ์ก๊าซ จำกัด จ.ลำพูน ห้างหุ้นส่วนจำกัด อู่ทองแก๊ส จ.สุพรรณบุรี ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลพบุรี ธนแก๊ส จ.ลพบุรี และบริษัท เพชรสยามปิโตรเลียม จำกัด จ.เพชรบุรี โดยมีมูลค่าความเสียหายคิดเป็นปริมาณน้ำก๊าซประมาณเดือนละ 1,200 ตัน ซึ่งผู้ต้องหาโรงบรรจุ 9 รายดังกล่าวให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และได้นำสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหาส่งอธิบดีอัยการพิเศษฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อฟ้องคดีต่อศาลอาญาต่อไป.-สำนักข่าวไทย

--------------------------------------------------------------------------------
กรรมใดใครก่อ
 

ย้อนกลับไปยัง กระดาน ถาม-ตอบ กรมธุรกิจพลังงาน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 32 ท่าน