โดย bfq_wb » ศุกร์ 03 พ.ย. 2017 2:52 pm
เรียน คุณนิธิศ
แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงตั้งเป้าหมายที่จะลดจำนวนชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ แต่กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมในการยกเลิกน้ำมัน
แก๊สโซฮอล์อี10 ออกเทน 91 ยังคงต้องพิจารณาความพร้อมด้านการจัดหาน้ำมันและเอทานอลที่จะต้องใช้เพิ่มขึ้นหลังยกเลิกน้ำมันอี10 ออกเทน 91 รวมถึงต้องพิจารณาความพร้อมของตลาดด้วย
สำหรับการเลือกใช้น้ำมันให้ประหยัดและเหมาะสมกับรถของหน่วยงานของท่าน ขอแนะนำว่า อันดับแรกให้พิจารณาศักยภาพของรถเป็นหลัก โดยให้ดูว่ารถรองรับสัดส่วนผสมเอทานอลได้สูงสุดเท่าไร เช่น อี10 อี20 หรืออี85 (น้ำมันที่มีสัดส่วนเอทานอลต่ำกว่าที่ผู้ผลิตรถกำหนดสามารถใช้ได้ แต่ห้ามใช้น้ำมันที่มีสัดส่วนเอทานอลสูงกว่า) ต่อมาให้ดูว่ารถต้องการค่าออกเทนขั้นต่ำเท่าไร (น้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงกว่าที่ผู้ผลิตรถกำหนดสามารถใช้ได้ แต่ห้ามใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนต่ำกว่า) เมื่อได้ตัวเลือกชนิดน้ำมันแล้ว ก็ให้พิจารณาอัตราการสิ้นเปลืองของน้ำมันและราคาจำหน่ายว่าน้ำมันชนิดใดให้ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรต่ำที่สุด
ก็ให้เลือกใช้น้ำมันชนิดนั้น ซึ่งในปัจจุบันหากรถของหน่วยงานท่านเป็นรถอี20 หรืออี85 ก็ควรใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี20 เนื่องจากเป็นน้ำมันชนิดที่ภาครัฐให้การส่งเสริมและให้การอุดหนุนราคา ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันชนิดอื่นในกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ จึงช่วยให้หน่วยงานของท่านประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากที่สุด
ทั้งนี้ ข้อมูลค่าออกเทนขั้นต่ำที่รถต้องการและสัดส่วนเอทานอลสูงสุดที่สามารถใช้ได้ ท่านสามารถดูได้จากคู่มือการใช้รถที่ได้รับจากผู้ผลิตรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ตอนซื้อรถ หรือจากการติดต่อสอบถามตัวแทนจำหน่ายรถ หรือจากเอกสารเผยแพร่ที่กรมธุรกิจพลังงานจัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งมีเผยแพร่อยู่ในเว็บไซด์กรมธุรกิจพลังงาน http://www.doeb.go.th/2016/car4gas.html#main