โดย blpbs_wb » พฤหัสฯ. 12 ก.ค. 2018 4:45 pm
กรณี บริษัท A,B,C ตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่ละบริษัทฯ มีการเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวากถังก๊าซหุงต้มไว้เพื่อใช้ในกิจการ โดยแบ่งแยกการประกอบกิจการกันโดยชัดเจน ดังนั้นหากแต่ละบริษัทฯ เก็บก๊าซฯ ไว้มีปริมาณตามข้อกำหนดของกฎหมาย ก็จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายดังนี้
1. สถานที่ใช้ก๊าซลักษณะที่หนึ่ง มีปริมาณเก็บก๊าซตั้งแต่ 250 ลิตร แต่ไม่เกิน 500 ลิตร สามารถประกอบกิจการได้เลย
2. สถานที่ใช้ก๊าซลักษณะที่สอง มีปริมาณเก็บก๊าซเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1,000 ลิตร จะต้องแจ้งการประกอบกิจการ
3. สถานที่ใช้ก๊าซลักษณะที่สาม มีประมาณเก็บก๊าซเกิน 1,000 ลิตร จะต้องได้รับการอนุญาต
4.โรงเก็บก๊าซลักษณะที่หนึ่ง มีประมาณเก็บก๊าซเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1,000 ลิตร จะต้องแจ้งการประกอบกิจการ
5. โรงเก็บก๊าซลักษณะที่สอง มีประมาณเก็บก๊าซเกิน 1,000 ลิตร จะต้องได้รับอนุญาต
สรุป หากบริษัทใดเก็บก๊าซฯ ไว้ในปริมาณที่เข้าข่ายลักษณะใด ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของกฎหมายโดยเคร่งครัด ( การคำนวนปริมาณก๊าซฯ 1 กิโลกรัม = 2 ลิตร โดยประมาณ )
กรณี บริษัท A,B,C ตั้งอยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่ละบริษัทฯ มีการเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวากถังก๊าซหุงต้มไว้เพื่อใช้ในกิจการ โดยแบ่งแยกการประกอบกิจการกันโดยชัดเจน ดังนั้นหากแต่ละบริษัทฯ เก็บก๊าซฯ ไว้มีปริมาณตามข้อกำหนดของกฎหมาย ก็จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายดังนี้
1. สถานที่ใช้ก๊าซลักษณะที่หนึ่ง มีปริมาณเก็บก๊าซตั้งแต่ 250 ลิตร แต่ไม่เกิน 500 ลิตร สามารถประกอบกิจการได้เลย
2. สถานที่ใช้ก๊าซลักษณะที่สอง มีปริมาณเก็บก๊าซเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1,000 ลิตร จะต้องแจ้งการประกอบกิจการ
3. สถานที่ใช้ก๊าซลักษณะที่สาม มีประมาณเก็บก๊าซเกิน 1,000 ลิตร จะต้องได้รับการอนุญาต
4.โรงเก็บก๊าซลักษณะที่หนึ่ง มีประมาณเก็บก๊าซเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1,000 ลิตร จะต้องแจ้งการประกอบกิจการ
5. โรงเก็บก๊าซลักษณะที่สอง มีประมาณเก็บก๊าซเกิน 1,000 ลิตร จะต้องได้รับอนุญาต
สรุป หากบริษัทใดเก็บก๊าซฯ ไว้ในปริมาณที่เข้าข่ายลักษณะใด ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของกฎหมายโดยเคร่งครัด ( การคำนวนปริมาณก๊าซฯ 1 กิโลกรัม = 2 ลิตร โดยประมาณ )