หนังสือที่ พน 0408/ว2267 เรื่อง "ให้นำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมั

ตอบกระทู้


คำถามนี้ เพื่อป้องกันการส่งแบบอัตโนมัติจากสแปมบอท

BBCode ปิด
[Smile icon] ปิด
กระทู้แนะนำ
   

ถ้าคุณต้องการแนบไฟล์ไปกับข้อความนี้ กรุณากรอกรายละเอียดที่ด้านล่าง

มุมมองที่ขยายได้ กระทู้แนะนำ: หนังสือที่ พน 0408/ว2267 เรื่อง "ให้นำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมั

Re: หนังสือที่ พน 0408/ว2267 เรื่อง "ให้นำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมั

โพสต์ โดย สำนักบริการธุรกิจและการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง » พฤหัสฯ. 07 พ.ค. 2009 3:19 pm

รัฐบาลมีมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2551 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2552 เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนจากปัญหาราคาน้ำมันแพงซึ่งขณะนั้นราคาน้ำมันขึ้นไปสูงกว่า 40 บาท/ลิตร จากมาตรการดังกล่าวส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลดลงทันที 2.47-3.88 บาท/ลิตร ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2551 ดังนั้น เพื่อไม่ให้สถานีบริการขาดทุนในน้ำมันคงเหลือที่ซื้อมาในราคาเก่าและต้องจำหน่ายในราคาที่ลดลง นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้มีการจ่ายเงินชดเชยผลขาดทุนในน้ำมันคงเหลือตามปริมาณน้ำมันที่มีคงเหลืออยู่ในเวลา 24.00 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2551 โดยใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และเมื่อสิ้นสุดเวลาการลดอัตราภาษีสรรพสามิต ราคาขายปลีกน้ำมันจะปรับเพิ่มขึ้นทันทีทำให้สถานีบริการได้กำไรส่วนเกินในน้ำมันคงเหลือ ก็ให้ส่งผลกำไรส่วนเกินดังกล่าวเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งการนำส่งเงินเข้ากองทุนฯ นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรปกติที่สถานีบริการควรจะได้รับจากการจำหน่ายน้ำมัน อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 31 มกราคม 2552 รัฐบาลได้ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาบรรเทาผลกระทบดังกล่าว โดยมีการทยอยปรับราคาขายปลีกในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 255 จำนวน 1.4486 บาท/ลิตร และวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552 จำนวน 0.60 บาท/ลิตร นอกนั้นใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาบริหารจัดการ

อนึ่ง คำสั่งนายกฯ ดังกล่าวได้กำหนดบทลงโทษสำหรับสถานีบริการที่ไม่ส่งเงินเข้ากองทุน หรือส่งเงินไม่ครบถ้วน หรือส่งเงินเมื่อพ้นกำหนด โดยให้มีการเก็บเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 6 และอาจมีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับสถานีบริการนั้นด้วย และจากคำสั่งดังกล่าวกำหนดให้กรมธุรกิจพลังงานมีหน้าที่แจ้งจำนวนเงินที่จะได้รับชดเชยและจำนวนเงินที่ต้องนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อสถานีบริการ ดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้สถานีบริการได้รับโทษตามคำสั่งนายกฯ กรมธุรกิจพลังงานจึงได้แจ้งข้อกฎหมายให้ทราบในหนังสือดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ในกรณีที่สถานีบริการใดยังไม่ได้รับเงินชดเชย หรือมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับจำนวนเงินนำส่งเข้ากองทุนฯ ขอให้รีบยื่นอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากกรมธุรกิจพลังงาน

หนังสือที่ พน 0408/ว2267 เรื่อง "ให้นำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมั

โพสต์ โดย ดุสิต อังศุไพศาล 081 727 7566 » จันทร์ 27 เม.ย. 2009 6:05 pm

ตามที่ มีมาตราการ...ลดอัตรภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เมื่อปีที่แล้ว นั้น



เมื่อขาลง กองทุนน้ำมันฯ ยังไม่ได้ชดเชย หรือจ่ายให้ผู้ค้าฯ ม.11 ผ่านไป 6 เดือนจนสิ้นสุดมาตราการ แล้วมาอ้างว่าจะนำมากลบลบบัญชีกันแล้ว จึงจะเรียกเก็บส่วนต่าง



แต่เล้วขณะนี้ กรมฯ กลับออกหนังสือฉบับดังกล่าว มาเรียกเก็บเงินจากสถานีบริการฯ ก่อน โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนทีของสถานีบริการฯ ซึ่งสำรองเงินซื้อของแพง-มาขายถูก จนบางสถานีปิดกิจการไปแล้ว

เท่านั้นยังไม่พอ ยังคาดโทษสถานีบรการฯ ในหนังสือดังกล่าวอีกว่า "อนึ่ง หากท่านไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนดท่านจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกร้อยละ 6 ต่อเดือน และกรณีฝ่าฝืนไม่นำส่งเงินเข้ากองทุนฯ อาจมีความผิดตามมาตรา 8 ประกอบด้วยมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทถ้วนหรือทั้งจำทั้งปรับ"



นี่หรือ ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่อ้าง พระราชกำหนด มาขู่เข็ญประชาชนของพระองค์ท่าน

ข้างบน