โดย bfts_wb » อังคาร 19 ก.พ. 2013 5:18 pm
ข้อ ๑
- ค่าธรรมเนียมรายปีประกอบกิจการค้าน้ำมันตามมาตรา 11 (สถานีบริการ) ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๔๓ ต้องชำระตลอดเวลาที่ยังประกอบกิจการ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ถ้ามิได้ชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละสามต่อเดือน และถ้ายังไม่ยินยอมชำระค่าธรรมเนียมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้หยุดประกอบกิจการไว้จนกว่าจะได้ชำระค่าธรรมเนียมและเงินเพิ่มครบจำนวน ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการตามวรรคหนึ่งผู้ใดประกอบกิจการโดยฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ประกอบกิจการค้าน้ำมันโดยไม่ได้จดทะเบียนตามมาตรา ๑๑ ดังนี้
(ก) สำหรับผู้ค้าน้ำมันที่มีหัวจ่ายไม่เกิน ห้าหัวจ่าย ปีละ 1,000 บาท
(ข) สำหรับผู้ค้าน้ำมันที่มีหัวจ่ายเกินห้าหัวจ่ายให้คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นหัวจ่ายละ
100 บาทต่อปี แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน ปีละ 5,000 บาท
ปัจจุบันกรมธุรกิจพลังงานได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบการชำระค่าธรรมเนียมรายปี โดยได้แนบ แบบชำระค่าธรรมเนียมรายปีที่มีรหัสบาร์โค้ด ให้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ซึ่งการชำระค่าธรรมเนียม ได้หลายช่องทาง ดังนี้ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา และศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งช่องทางการชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะคิดเงินเพิ่มให้อัตโนมัติ ณ วันที่ชำระเงินค่าธรรมเนียม
- ในส่วนของ อบต.จะเป็นการต่ออายุในเรื่องของกฎหมายความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๔๒
สอบถาม กรมธุรกิจพลังงาน ๐๒ ๗๙๔ ๔๑๑๕ , ๐๒ ๗๙๔ ๔๑๒๕ ,๐๒ ๗๙๔ ๔๑๒๗
ข้อ ๒
เดิมจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๑๑ ในนามบุคคลธรรมดา จะเปลี่ยนเป็นนิติบุคคล ต้องมาแจ้งเลิกพร้อมกับจดทะเบียนใหม่ในนามห้างหุ้นส่วน
ข้อ ๓
ผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดปีละไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐เมตริกตัน แต่มีปริมาณการค้าเกิน ๓๐,๐๐๐ เมตริกตัน หรือเป็นผู้ค้าน้ำมันที่มีขนาดของถังที่สามารถเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดได้เกิน ๒๐๐,๐๐๐ลิตร ต้องยื่นขอจดทะเบียนต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดย
ที่ตั้งสถานประกอบการกรณีบุคคลธรรมดา หรือที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ที่ส่วนกลางยื่นที่กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน กรณีส่วนภูมิภาคยื่นที่พลังงานจังหวัด
ข้อ ๑
- ค่าธรรมเนียมรายปีประกอบกิจการค้าน้ำมันตามมาตรา 11 (สถานีบริการ) ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๔๓ ต้องชำระตลอดเวลาที่ยังประกอบกิจการ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ถ้ามิได้ชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละสามต่อเดือน และถ้ายังไม่ยินยอมชำระค่าธรรมเนียมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้หยุดประกอบกิจการไว้จนกว่าจะได้ชำระค่าธรรมเนียมและเงินเพิ่มครบจำนวน ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการตามวรรคหนึ่งผู้ใดประกอบกิจการโดยฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ประกอบกิจการค้าน้ำมันโดยไม่ได้จดทะเบียนตามมาตรา ๑๑ ดังนี้
(ก) สำหรับผู้ค้าน้ำมันที่มีหัวจ่ายไม่เกิน ห้าหัวจ่าย ปีละ 1,000 บาท
(ข) สำหรับผู้ค้าน้ำมันที่มีหัวจ่ายเกินห้าหัวจ่ายให้คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นหัวจ่ายละ
100 บาทต่อปี แต่เมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน ปีละ 5,000 บาท
ปัจจุบันกรมธุรกิจพลังงานได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบการชำระค่าธรรมเนียมรายปี โดยได้แนบ แบบชำระค่าธรรมเนียมรายปีที่มีรหัสบาร์โค้ด ให้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ซึ่งการชำระค่าธรรมเนียม ได้หลายช่องทาง ดังนี้ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่ง เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา และศูนย์บริการธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งช่องทางการชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะคิดเงินเพิ่มให้อัตโนมัติ ณ วันที่ชำระเงินค่าธรรมเนียม
- ในส่วนของ อบต.จะเป็นการต่ออายุในเรื่องของกฎหมายความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๔๒
สอบถาม กรมธุรกิจพลังงาน ๐๒ ๗๙๔ ๔๑๑๕ , ๐๒ ๗๙๔ ๔๑๒๕ ,๐๒ ๗๙๔ ๔๑๒๗
ข้อ ๒
เดิมจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๑๑ ในนามบุคคลธรรมดา จะเปลี่ยนเป็นนิติบุคคล ต้องมาแจ้งเลิกพร้อมกับจดทะเบียนใหม่ในนามห้างหุ้นส่วน
ข้อ ๓
ผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดปีละไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐เมตริกตัน แต่มีปริมาณการค้าเกิน ๓๐,๐๐๐ เมตริกตัน หรือเป็นผู้ค้าน้ำมันที่มีขนาดของถังที่สามารถเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดได้เกิน ๒๐๐,๐๐๐ลิตร ต้องยื่นขอจดทะเบียนต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดย
ที่ตั้งสถานประกอบการกรณีบุคคลธรรมดา หรือที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ที่ส่วนกลางยื่นที่กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน กรณีส่วนภูมิภาคยื่นที่พลังงานจังหวัด